ภูกระดึง ชื่อนี้คงไม่มีใครไม่เคยได้ยิน ส่วนใครที่เคยได้ยินก็ล้วนแล้วแต่ต้องการไปพิชิตเขาลูกนี้ด้วยกันทั้งนั้น ภูกระดึงเปรียบเสมือนโรงเรียนเดินป่าสำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นในการ Trekking และ Camping ตั้งอยู่ในอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ จึงถูกจัดให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ต่อจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ภูกระดึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของธรรมชาติเป็นอย่างมาก มียอดเขาที่สูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด หากมองจากด้านบนอากาศลงมาจะเห็นเป็นรูปหัวใจตั้งตระหง่านอยู่อย่างสวยงาม [1]
บนภูกระดึงประกอบไปด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ทั้งยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่าหลากหลายชนิด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมปีละหลายหมื่นคน
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในการเดินป่าแคมป์ปิ้ง ส่วนใหญ่ต้องเคยผ่านการพิชิตภูกระดึงมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น เพราะที่นี่เปรียบเสมือนปฐมบทในการเริ่มต้นของนักท่องเที่ยวสายนี้ การเดินขึ้นภูกระดึงจะแบ่งเป็นชั้นๆรวมด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้นแต่ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า "ซำ" ประกอบไปด้วย ซำแฮก, ซำบอน, ซำกกกอก, ซำกกหว้า, ซำกกไผ่, ซำกกโดน และซำแคร่
รวมระยะทางขึ้นเขาทั้งหมด 5.5 กิโลเมตร และยังมีทางราบที่ต้องเดินต่อไปยังจุดบริการนักท่องเที่ยวด้านบนอีก 3.5 กิโลเมตร รวมระยะทางจากตอนขึ้นไปถึงจุดบริการนักท่องเที่ยว 9 กิโลเมตร
บนยอดภูกระดึงจะมีรูทเส้นทางเดินชมน้ำตกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมความงามของน้ำตกเหล่านี้ได้ มีน้ำตกธารสวรรค์, น้ำตกเพ็ญพบใหม่, น้ำตกเพ็ญพบ, น้ำตกวังกวาง, น้ำตกถ้ำสอใต้, สระอโนดาด, น้ำตกถ้ำใหม่ และน้ำตกโพนพบ น้ำตกแต่ละแห่งล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม และน้ำที่ไหลผ่านเย็นและใสสะอาด เหมาะแก่การแวะลงเล่นเพื่อเป็นการพักเหนื่อยไปในตัว
ยังมีเส้นทางเรียบหน้าผาให้เราได้เชยชมกับธรรมชาติบน ภูกระดึง อีกด้วย รูทนี้จะมี ผานกแอ่น (สถานที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นยอดฮิตของนักท่องเที่ยว) ผานาน้อย, ผาหมากดูก, ผาจำศีล, ผาเหยียบเมฆ, ผาแดง และผาหล่มสัก (สถานที่ชมพระอาทิตย์ตกยอดฮิตนักท่องเที่ยว) ในแต่ละจุดนักท่องเที่ยวจะต้องเดินลัดเลาะหน้าผากันไปเป็นช่วงๆ
สำหรับใครที่ไม่อยากเดินก็สามารถเช่าจักรยานได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว การเดินเที่ยวชมผานั้นต้องวางแผนเรื่องเวลากลับจุดพักให้ดี อย่าให้มืดค่ำจนเกินไป เพราะกลางคืนจะเป็นช่วงเวลาของสัตว์ป่าที่ออกหากิน โดยเฉพาะช้างป่าภูกระดึง ที่ถือว่าดุร้ายและอันตรายมาก
เชื่อได้เลยว่าหากหลายๆกลุ่มไม่มีพวกพี่ๆลูกหาบคอยช่วยแบกสัมภาระที่ตนเองเตรียมมานั้นแล้ว ก็อาจจะไม่สามารถพิชิตภูกระดึงได้ ลูกหาบที่ภูกระดึงส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งในแต่ละปีก็จะมาทำงานเป็นลูกหาบเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่ภูกระดึงเปิดให้ท่องเที่ยว (1 ตุลาคม ถึง 31 พฤษภาคมของทุกๆปี)
ในการหาบแต่ละครั้งนั้นก็จะมีน้ำหนักตั้งแต่ 10 กิโลกรัมขึ้นไปถึง 50 กิโลกรัม แล้วแต่ประสบการณ์และพละกำลังของลูกหาบคนนั้นๆ จึงถือได้ว่าลูกหาบเป็นส่วนหนึ่งของภูกระดึง และเป็นผู้ปิดทองหลังพระของคนหลายๆกลุ่มที่ขึ้นไปพิชิตบนยอดเขาแห่งนี้
เสน่ห์ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการพิชิตยอดเขารูปหัวใจแห่งนี้ก็คือ การพิชิตใจและกายตัวเอง เพราะการที่จะมาพิชิตภูกระดึง ได้นั้น นักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นอย่างเดียว ไม่แบ่งแยกว่ารวยหรือจนทุกคนต้องเดินเท้าด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นแล้วพลังกายจึงจำเป็นต้องมีความเข้มแข็ง และพลังใจก็ต้องพร้อมสำหรับภารกิจด้วย
นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มทะเลาะกันในขาขึ้นด้วยความเหนื่อยล้าและท้อแท้ แต่พอขาลงเมื่อจบสิ้นภารกิจนั้นแล้วต่างรักกันมากขึ้นกว่าเดิม ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปบนยอดเขา ได้เดินไปชมน้ำตกที่สวยงาม ได้เดินไปเที่ยวผาต่างๆเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก สิ่งเหล่านี้ทำให้นักท่องเที่ยวได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจกัน และทำให้ประทับใจต่อกัน
การมาเที่ยว ภูกระดึง จึงเน้นไปที่การทำความเข้าใจตัวเองและเพื่อนร่วมเดินทางให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกัน เป็นกิจกรรมที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สิ่งที่ได้มากกว่าการท่องเที่ยวก็คือมิตรภาพระหว่างทาง ลองหาเวลาว่างแล้วชวนเพื่อนๆมาเที่ยวด้วยกัน แล้วคุณจะเข้าใจถึงเสน่ห์ของภูกระดึงที่แท้จริง
[1] วิกิพีเดีย. (March 2, 2024). อุทยานแห่งชาติภูกระดึง. Retrieved from wikipedia